น้ำตก ห้วยเม็ง 2
นิยายเรื่องยาว หลังจากเปิดปฐมบทไปแล้ว มาบัดนี้ นายเร่ร่อนของเราเดินทางด้วยจักรยานรุ่นลายคราม ฝ่าสายน้ำห้วยเม็งที่ไหลมาจากเทือกเขาสูงชัน คล้ายๆว่าจะชื่อว่าดอยหลวง มองเท้ามุ่งหน้าั่ปั่นเข้า ปั่นเข้า ผ่านเส้นทางขรุขระ สองข้างทางมีสวนผลไม้ต่างของชาวบ้านตลอดเส้นทางไม่ว่าจะเป็น เงาะ ลิ้นจี่ มังคุด ทุเรียน ลองกอง ลางสาด ส้มโอ มะไฟ และต้นยางพาราที่ตอนนี้เริ่มมากขึ้นๆแตกต่างกับเมื่อสิบปีก่อนที่ให้ ท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้จะเต็มไปด้วย สวนส้ม ที่นับว่าดังไปทั่วระดับจังหวัด รึอาจจะระดับประเทศสำหรับพ่อค้า แม่ค้า เขาจะรู้จักกันก็มีมารับไปขายยันสุไหงโกลก ข้ามไปมาเลโน้นล่ะ

ต้องข้ามน้ำก่อนขึ้นเขาสูงชัน
ด้วยว่าส้มของที่นี่รสชาติมันจะเข้ม หวานแล้วอมเปรี้ยวนิดๆไม่จืดเหมือนของทางฝาง ใครมีโอกาสลองชิมเปรียบเทียบกันได้ ส้มที่ขายในห้างผิวใสๆที่ขัดมาแล้ว รสชาติมันช่างจืดเสียนี่กระไร ส้มที่รสชาติดี ถ้าเป็นแบบเขียวๆต้องดูลักษณะที่ ลูกไม่ถึงกับกลมต้องแบนๆไว้หน่อย ผิวไม่ถึงกับตึงดูจากจุดๆบนผิวส้มได้มันจะใหญ่ๆแสดงว่าสุขมานาน ไอ่ที่ผิวตึงๆมันยังกำลังจะสุขรสชาติเปรี้ยว เส้นใยเยอะและขมๆ มีอีกแบบที่ผิวลวดลายไม่สวยเอาเสียเลย ออกลายๆดำๆ นั้นล่ะถ้าคุณได้กินจะรู้ซึ้งถึงรสชาติของคำว่าอร่อย!! มันจะหวานจับใจทีเดียวเชียวอย่ามองว่าผิวไม่สวยล่ะไม่อร่อยคุณกำลังคิดผิดแล้ว!
ด้วยโรคราต่างๆที่รุมเร้า ชาวสวนส้มเลยต้องโย้กย้ายที่ทำกินไปทำยังต่างอำเภอโดยบางคนก็ซื้อ บางคนก็เช่าพื้นที่เพื่อปลูกส้มขยายกิจการไปหลายอำเภอ เรียกว่าบางคนยังไปทำสวนข้ามจังหวัดเลยก็มีเพราะมีมันสามารถขายได้นั้นถือว่าคุ้มกับการลงทุนได้ผลตอยแทนมาก แต่มาในปัจจุบันนี้มันไม่ใช่เยี่ยงนั้นแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อนส้มจากสวนรับซื้อกับโลล่ะ 20 กว่าบาทก็ยังมี แต่ในปัจจุบันยุคเศรษฐกิจย่ำแย่ข้าวของต่างๆราคาแพง ปุ๋ย ยา ต้นทุนต่างๆพากันปรับตัวขึ้นหมด จะมีก็แต่ราคาพืชผลทางการเกษตรนี่ล่ะที่จะผกผันกับราคาอย่างอื่น ยิ่งรัฐบาลบ้านเมืองเรายังมีปัญหาอยู่อย่างนี้ ชาวสวน ชาวนาน่ะเขาลำบากกันมากๆ แต่ก็ได้แต่มุ่งหน้าทำมาหากินกันไป เขาไม่ได้หวังว่า เงิน 2000 จะมาช่วยเขาไหม แต่ถ้าช่วยให้ผลผลิตที่เขาลงทุน ลงแรงไปนั้นขายได้คุ้มกับที่ลงทุนไปยังจะดีกว่า ดังนั้นตอนนี้ชาวสวนบางคนจึงเลิกทำสวนส้ม บ้างก็หันมาปลูกเงาะแทน ผลผลิตที่ได้ก็ถือว่าดี อย่างตอนนี้กำลังออกลูกเล็กๆเต็มต้นอีกไม่เกินสองเดือนคงจะได้ขายแล้ว ใครอยากกินเงาะจากสวนแวะมาเที่ยวได้ครับช่วงหน้าฝนจะมีผลไม้หลายๆอย่างที่ออกมา ทั้งมะม่วง เงาะ ลิ้นจี่ มะไฟด้วย

พักก่อน รถไม่เหนือยแต่คนเหนื่อย
บางคนก็เอาต้นยางมาปลูกเห็นอยู่ทั่วไปตามเส้นทางที่เข้าไป ก็ด้วยจากการที่รัฐบาลชุดก่อนสนับสนุนให้ปลูกยางพารา มาตอนนี้แต่ล่ะพื้นที่ก็พากันปลูกไม่รู้เมื่อยามที่ได้กรีดยางมาราคาจะเป็นอย่างไร รัฐก็คงจะไม่ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ไว้ ถ้ายางที่พี่น้องทางเหนือพากันปลูกมากมาย แล้วขายได้ราคาต่ำมากๆต้องมีการมาประท้วงเหมือนพืชอื่นๆที่ผมมักจะโดนปิดขวางถนน ไม่ว่าจะ ม๊อบข้าว ม๊อบข้าวโพด สินค้ายอดฮิตของทางเหนือ ไม่ได้อะไรก็ปิดถนน -*-
เริ่มเห็นมีต้นส้มต้นเล็กๆที่มีบางรายเริ่มนำกลับมาปลูกกันบ้างแล้ว หลังจากเลิกไปหลายปี จำได้ว่าเมื่อตอนเด็กๆมีการจัดงานส้ม ผู้ว่ายังมาเปิดงาน ตอนนั้นมีคำขวัญประจำอำเภอ เรื่องของ “ส้มห้วยเม็ง” ด้วย แต่ผมจำไม่ได้แล้วซิว่าเขาเขียนว่าอย่างไรมั่ง ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็น “แอ่วเชียงของ ท่องแดนลาว สาวสวนส้ม ชมปลาบึก” แต่มาตอนนี้เปลี่ยนไปใหม่แล้วเป็น ……. ผมนึกไม่ออก คือไม่เคยได้ยินมานานแล้ว อ่านไหนก็ไม่เจอนี่นา เลยค้นหาข้อมูล ค้นๆๆๆๆๆๆ เว็บ อ.เชียงของ ไม่มีรึว่าผมไม่เจอ – -” เว็บเทศบาลไม่มี เว็บด่านไม่มี สุดท้ายเข้า วิกิพีเดีย อ.เชียงของ น่าจะเป็นแหล่งที่มีข้อมูลไว้ เข้าไปแล้ว แทบจะไม่มีอะไรเลย – -” วันหลังผมต้องไปอัพให้มั่งแล้ว ใครอยู่เชียงของ รู้เรื่องราว ข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์กับคนทั่วไป ก็ช่วยๆไปเพิ่มข้อมูลได้นะครับ เอาว่าผมติดเรื่องคำขวัญไว้ก่อน ผมไม่รู้จริงๆ ไม่ได้อยู่เชียงของมาหลายปี เขาเปลี่ยนไปกี่รอบแล้วไม่รู้

นี่ครับถึงแล้ว เลี้ยวซ้ายลงไป เดิมอีก 600 เมตร ทางรกหน่อย
ด้วยเส้นทางที่ขรุขระและเขาที่สูงชัน ผมซัดน้ำที่เตรียมไปตั้งแต่ครึ่งทางแล้ว ฮาา เอาล่ะซิไม่น่าเลยคิดว่าไม่เหนื่อยหรอก ที่ไหนได้เหนื่อยซะจนต้องหยุดพัก ด้วยอากาศที่ร้อนและไม่ได้ปั่นจักรยานมานาน ขาเริ่มปวด เหมือนจะเป็นตะคริว ก่อนขึ้นเขาสุดท้ายที่จะถึงน้ำตกผมแวะพักที่ริมห้วย ซึ่งก็คือห้วยเม็งนั่นล่ะ จากตีนเขาเหลือระยะทางอีกราวๆ เกือบสองโล น้ำก็หมดถ้าทนไม่ไหวจะซัดน้ำในห้วยไปล่ะ อีกจุดที่ผมพลาด วันนั้นผมใส่รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นแบบที่ใส่ธรรมดาๆมันก็หนักพอดีๆล่ะ แต่ไปเจอลำห้วยต้องข้ามไป เอาล่ะซิเปียกซิครับ รองเท้าเปียกหมดคราวนี้กว่าจะปั่นแต่ล่ะที่น้ำหนักมันเพิ่มขึ้นมากๆเลย – -” เจอเขาสูงๆชันๆ เลยต้องลงเดิน ลากจักรยานไปด้วยซะงั้น ฮาาา
เมื่อขึ้นเขาไปเรื่อยๆจนมาถึงทางแยก จะมีป้ายบอกทางให้ลงทางซ้ายนะครับ อ่อลืมบอกไป เพื่อนๆที่จะมาเที่ยวไม่ต้องกลัวหลงครับจะมีป้ายบอกตลอด เมื่อเจอทางแยกถ้าไม่เจอป้ายก็ตรงไปเรื่อยๆนั่นล่ะ ลงไปทางซ้ายอีกราวๆ 400 เมตรจากป้ายที่บอก ช่วงนี้ล่ะป่าดิบๆของจริง ใครเคยดูซีรีย์ “ลอส” “LOST” น่ะครับได้บรรยากาศแบบป่าๆแบบนั้นล่ะ ^.^

เมื่อถึงทางเข้าอากาศเย็นสบาย ต้นกล้วยเต็มเขาเลย
ด้วยว่าไม่ค่อยมีใครไปนัก นานๆมีไปซักที เลยป่าค่อนข้างรก จริงๆชาวบ้านก็จะพากันมาพัฒนาตลอดนะ แต่ล่ะเดือนชาวบ้านจะจัดพัฒนาหมู่บ้านซักครั้งก็ไล่มาถึงน้ำตกนี่ด้วยล่ะ รู้มาว่ากำลังของบทำถนนคอนกรีตเข้ามาไม่รู้ว่าเรื่องถึงไหนแล้ว แต่ผมว่าผมชอบแบบลุยๆไปมากกว่านะ ปั่นจักรยานที่ล่ะเมื่อคุณฝ่าฟันไปถึงจะรู้สึกดีกว่ามากเลย ผมลืมพกมีดไปด้วยซิเข้าป่าที่รกๆแบบนี้ควรจะมีมีดไว้ด้วยมันจะเอาไว้ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างทั้งป้องกันตัว และถางทางด้วย แต่ไม่ได้เอามาก็ช่างมัน ไหนๆก็ถ่อมาถึงทางเข้าแล้วนี่ มันจะมีน้ำตก 2 ฝั่งนะครับ มีฝั่งซ้ายกับขวา ฝั่งขวาผมเคยไปมาแล้วไว้วันหลังมาเล่าให้ฟัง วันนี้ตัดสินใจไปทางซ้าย เห็นป้ายล่ะเดินขึ้นเขาไปตามทางนั่นล่ะครับ มองดีๆจะเห็นห้องน้ำอยู่ท่ามกลางต้นกล้วยป่า!! ถ้าใครไม่สังเกตุนี่แทบจะไม่รู้เลยว่ามีห้องน้ำด้วย ซุ่มตัวในป่าได้ดีจริงๆ ฮาา ผมเดินไปอีกราวๆ 200 เมตรได้ ไต่สันเขาผ่านป่ากล้วยไป ในที่สุดก็ได้ยินเสียงน้ำตกลงมากระทบหินดังๆแว่วมาแล้ว ===>> ต่อตอน 3 ครับ ^.^
Related posts:








1 ความเห็น
รอ ตอนที่ 3 อยู่นะค่ะ
เมื่อไหร่จะมาค่ะ ยังไม่เห็นน้ำตกเลย